TH | EN | CH

 

รองช้ำ

6/02/2013 10:13 (อ่าน: 3210)

พิมพ์บทความนี้

มีอาการอย่างหนึ่งครับ ที่ทุกคนในเมืองใหญ่บนโลกนี้มีโอกาสเป็นเหมือน เหมือนกัน ขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะมีการใช้เท้าของเราหนักหนาเพียงใด และเหมาะสมเพียงใดครับ นั่นคือ อาการปวดส้นเท้าจากโรครองช้ำที่ฝ่าเท้าครับ


  

 

                 อาการที่เด่นชัดของโรคนี้ จะเกิดขึ้นทุกเช้าที่ผู้ป่วยตื่นขึ้นมา   เมื่อใช้เท้าเหยียบพื้นในจังหวะก้าวแรกที่เดิน คนที่มีอาการรองช้ำจะมีอาการปวด บริเวณส้นเท้ามากขึ้นมาทันที  จนเดินเขย่งเก็งกอยไปเข้าห้องน้ำ  เมื่อเดินนานขึ้น  อาการเจ็บส้นเท้าจะค่อยๆลดลง จนเหมือนไม่ได้เป็นอะไร  แต่ทุกครั้งที่หยุดเดิน  นั่งนานๆ   เวลาจะเดินใหม่ อีกครั้ง ก็จะเริ่มเจ็บที่ส้นเท้ามากเหมือนเดิมตอนเช้า   จนดูเหมือนว่า จะไม่มีทางที่จะหายได้    และเมื่ออาการลุกลามมากขึ้น ก็จะมีอาการปวดมากขึ้น  อาการก็จะมีลักษณะผิดแปลกไปจากเดิม    ตรงที่ว่าเมื่อเดินไปนานๆ จะไม่หายเจ็บเหมือนเก่าแล้วครับ

 

 

 

            
 

 

 

 

 

        สาเหตุ   

โรครองช้ำที่กล้ามเนื้อฝ่าเท้านั้น  เกิดจากการที่กล้ามเนื้อฝ่าเท้า มีความอ่อนแอมากจนกระทั่ง   ไม่สามารถ รับน้ำหนักตัวในชีวิตประจำวันได้  เส้นใยกล้ามเนื้อเกิดการฉีกขาดซ้ำๆที่เดิม  จนเป็นรอยแผลเป็น หรือพังผืดที่เส้นใยของกล้ามเนื้อนั้น  

                 ทำไมกล้ามเนื้อฝ่าเท้าที่คนในเองใช้งานอยู่ประจำ  จึงเกิดความอ่อนแอขึ้นมาได้  ทั้งๆที่คนเราก็เดินทุกวัน  เหตุผลมีดังนี้ครับ    ถึงแม้ว่าคนในเมืองจะใช้เท้าเดินอยู่ทุกวันเหมือนกับคนในชนบท     แต่เป็นแค่เพียงการใช้งานเท่านั้นครับ    ไม่ใช่การบริหารครับ     เนื่องจากการใช้เท้าของคนในเมือง แตกต่างจากคนที่อยู่ในชนบทมากมายครับ       คนในเมืองเดินพื้นที่เเข็งเรียบ    และ การใส่รองเท้าที่พื้นแข็ง ติดต่อกันหลายชั่วโมง 

                การที่เท้าของเรา  ต้องอยู่ในรองเท้าที่พื้นรองเท้ามีความแข็งตลอดเวลา อย่างน้อยก็ 8 ชั่วโมงต่อวัน  กล้ามเนิ้อเล็กๆที่ฝ่าเท้าบางส่วนจึงไม่เคยได้บริหาร จนกระทั้งถึงวันนึงกล้ามเนื้อที่เท้าก็จะอ่อนแอ และวันดีคืนดีเมื่อมีการใช้งานหนักมากมาก      กล้ามเนื้อฝ่าเท้าที่ส้นก็จะเกิดการฉีกขาด  และอักเสบตามมา   เป็นซ้ำไปมาหลายรอบ  ในเมื่อต้นเหตุเกิดจาก  กล้ามเนื้อฝ่าเท้าที่อ่อนแอลง  การหายจากโรคนี้จึงยากมากครับ ถ้าไม่ฟื้นฟูให้กล้ามเนื้อฝ่าเท้าแข็งแรงขึ้นมา
 
       

 การรักษา

     การทานยาเเก้อักเสบนั้น   อาจจะลดอาการเจ็บปวดที่ส้นได้แค่ในระยะแรกเท่านั้น  แต่    เมื่อทานยาครบ หนึ่งถึงสองสัปดาห์อาการก็จะกลับมาใหม่ครับ       การทานยานานๆก็จะมีปัญหา เรื่องของผลข้างเคียงที่อาจจะตามมาเป็นของแถม   คือ  การมีแผลในกระเพาะอาหาร

             บางคนที่เป็นโรคนี้หลายรอบ  การทานยาอาจจะไม่ได้ช่วยลดอาการเจ็บ ปวด จนจำเป็น ต้องฉีดยาที่มีส่วนผสมของสารสเตอรอยด์เข้าไปในจุดที่เจ็บที่สุดของส้นเท้า

 

     การฉีดยาที่มีสารสเตอรอยด์นี้  บางคนก็อาจจะกลัว เนื่องจากการรับข้อมูลข่าวสารว่าเป็นยาอันตราย   ที่มักจะผสมอยู่ในยาแก้ปวด  และยาลูกกลอนทั่วไป  ในความเป็นจริง  ยาทุกตัวเป็นสิ่งที่อันตรายหมด  ถ้าหากว่า  มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธี และไม่ได้ใช้โดยผู้เชี่ยวชาญ 

                     แตกต่างจากยารับประทาน จะลดอาการอักเสบของร่างกายได้ทุกส่วนเพราะ หลังจากที่เรารับประทานยาลงไป  ก็จะเกิดการย่อยและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด          แต่ยาฉีดตัวนี้ เป็นยาเฉพาะที่ ที่จะไปลดอาการอักเสบ  ในพื้นที่ที่เราฉีดไม่เกิน 2-3 ตารางเซนติเมตร   และแทบจะไม่ส่งผลต่อร่างกายส่วนอื่นๆ   เรียกว่า  ถ้ามีอาการอักเสบที่จุดอื่นของร่างกายก็จะไม่สามารถลดอาการอักเสบได้          เนื่องจากเป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุด แพทย์จึงสามารถนำยาชนิดนี้ไปฉีดในคนไข้ที่ตั้งครรภ์ ที่มีอาการเจ็บ  เเละอักเสบจากรองช้ำได้  นั่นก็หมายความว่ายาฉีดชนิดนี้  มีความปลอดภัยพอสมควรครับ

               ยาฉีดตัวนี้ โดยทั่วไป จะมีฤทธ์ถึง  3  เดือน    ถ้ายาหมดฤทธ์  แล้วกล้ามเนื้อฝ่าเท้ายังไม่แข็งแรง  เราก็จะกลับมาปวดที่ส้นเท้าใหม่ครับ

 

 

 

                ในบางคนที่ปล่อยให้เป็นอยู่นานก้อาจจจะเกิดหินปูนเข้าไปเกาะที่กระดูกส้นเท้านั้น  ทำให้เวลาเดิน จะมีเหมือนหนามแหลมเข้าไปทิ่มตำที่ส้นเท้าตลอดเวลา  และถ้าหินปูนหนาและยาวมากขึ้น  จนการรักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล ก็จำเป็น ต้องรักษาโดยการผ่าตัด และใช้เรื่องมือกรอหินปูนเอาหินปูนออกเท่านั้นครับ

 
 
 
                          
 
 


 
 
                                  
 
             

 

 การรักษาโรครองช้ำโดยการผ่าตัด เป็นการรักษาที่ต้นเหตุของโรคได้ผลดีมาก โดยการผ่าตัดเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อส้นเท้าที่มีพังผืดแผลเป็น  ซึ่งเป็นผลจากการที่มีการอักเสบติดต่อกันเป็นเวลานาน การผ่าตัดจะเข้าไปเลาะพังผืด กรอกระดูกงอกให้หายไป รวมทั้งมีการย้ายตำแหน่งจุดเกาะของกล้ามเนื้อฝ่าเท้า ทำให้หายจากโรค และป้องกันการฉีกซ้ำของกล้ามเนื้อส้นท้า ที่เป็นต้นเหตุของโรครองช้ำ

ผู้ที่เหมาะสมในการรักษา

1.ผู้ป่วยโรครองช้ำเรื้อรัง
2.ผู้ป่วยโรครองช้ำที่มีกระดูกงอกที่ส้นเท้า
3.ผู้ป่วยโรครองช้ำที่ได้รับการฉีดยาสเตอรอยด์มาหลายครั้งแต่ไม่หายขาด
4.ผู้ป่วยโรครองช้ำที่ไม่สามารถทานยาแก้อักเสบติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ
5.ผู้ป่วยโรครองช้ำที่เริ่มเดินนานๆไม่ได้ เดินตัวโยกมีอาการปวดหลัง

 

                           

 

                ถ้าไม่อยากผ่าตัด ก็ต้องไม่เป็นโรคนี้ครับ  เราควรหาเวลาถอดรองเท้าแข็งๆออกจากเท้าของเราไปบ้างนะครับ  และ พยายามลงมาเดินเท้าเปลือยที่พื้นดิน หรือพื้นหญ้าที่มีลักษณะพื้นผิวที่ไม่ค่อยเรียบมากนัก  กล้ามเนื้อฝ่าเท้าของท่านก็อาจจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเก่า  กล้ามเนื้อที่อักเสบทุกวัน จากการเดินธรรมดา ก็จะได้มีเวลาพักฟื้น  และกลับมาเดินได้ดีเหมือนเก่าทุกเช้าครับ